โมเดลเมืองสิทธิมนุษยชน (Human Rights City Model) เป็นกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบการพัฒนาเมืองบนฐานหลักสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งให้ สิทธิ ศักดิ์ศรี และการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นหัวใจของการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการเมืองในทุกมิติ

โมเดลนี้พัฒนาขึ้นจากการศึกษาบทเรียนเมืองต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนในระดับนานาชาติ ได้แก่ ลุนด์ (Lund) ประเทศสวีเดน, ยอร์ก (York) สหราชอาณาจักร, เวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย และ กวางจู (Gwangju) ประเทศเกาหลีใต้ โดยนำตัวชี้วัด กลไกเชิงนโยบาย และกระบวนการมีส่วนร่วมของแต่ละเมืองมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อสังเคราะห์เป็นกรอบโมเดลที่สามารถปรับใช้กับบริบทของประเทศไทยได้

โมเดลดังกล่าวประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ เช่น

  • โครงสร้างการบริหารจัดการเมืองที่ยึดหลักความรับผิดรับชอบ ความโปร่งใส และการไม่เลือกปฏิบัติ
  • กลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคประชาสังคมในกระบวนการกำหนดนโยบาย
  • ระบบตัวชี้วัดด้านสิทธิมนุษยชนที่สะท้อนคุณภาพชีวิต ความเสมอภาค และการเข้าถึงบริการสาธารณะ
  • การเชื่อมโยงเมืองกับกรอบมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระดับชาติและสากล

โมเดลเมืองสิทธิมนุษยชนจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการประเมินเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็น “เครื่องมือเชิงนโยบายและการเรียนรู้” ที่ช่วยให้เมืองสามารถพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนในระยะยาว

โมเดลนี้เป็น กรอบเชิงระบบ (systemic framework) สำหรับการพัฒนาเมืองสิทธิมนุษยชน โดยยึดหลัก Human Rights–Based Approach (HRBA) และออกแบบให้ “สิทธิ” ไม่ได้อยู่แค่ในเอกสารนโยบาย แต่ฝังอยู่ในโครงสร้าง การปฏิบัติ และชีวิตประจำวันของเมือง

ภาพรวมของโมเดลแบ่งออกเป็น 3 แกนหลักที่ทำงานเชื่อมโยงกัน ได้แก่

  1. แกนบน–ล่าง: โครงสร้างเชิงนโยบายและอำนาจ
  2. แกนกลาง: การมีส่วนร่วมของประชาชน
  3. แกนแนวนอน: วงจรการดำเนินงานเชิงสิทธิ
องค์ประกอบของโมเดลความหมายบทบาทต่อการพัฒนาเมือง
Political Commitmentเจตจำนงและความมุ่งมั่นทางการเมืองของผู้บริหารเมืองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการยึดหลักสิทธิมนุษยชนเป็นจุดตั้งต้นของการขับเคลื่อนเมืองสิทธิมนุษยชน ทำให้สิทธิมนุษยชนกลายเป็นวาระเชิงนโยบาย ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเฉพาะด้าน
HRBA Institutional Structure & Human Rights Standardการจัดตั้งโครงสร้าง กลไก และมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนภายในเมือง โดยใช้กรอบ Human Rights–Based Approach (HRBA)ทำให้สิทธิมนุษยชนถูกฝังอยู่ในระบบการบริหาร การตัดสินใจ และการทำงานของหน่วยงานเมือง
Implementation Across Sectorsการนำหลักสิทธิมนุษยชนไปปฏิบัติในทุกภาคส่วนของเมือง เช่น การศึกษา สาธารณสุข ผังเมือง สิ่งแวดล้อม และสวัสดิการสังคมทำให้เมืองสิทธิมนุษยชนไม่จำกัดอยู่ที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของประชาชน
Evaluation & Indicatorsระบบการประเมินผลและตัวชี้วัดด้านสิทธิมนุษยชน ที่สะท้อนคุณภาพชีวิต ความเสมอภาค และการเข้าถึงสิทธิใช้ติดตามความก้าวหน้า วัดผลลัพธ์เชิงสิทธิ และเป็นฐานข้อมูลสำหรับการปรับปรุงนโยบาย
Protection & Remedyกลไกการคุ้มครองสิทธิ การร้องเรียน และการเยียวยาเมื่อเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนเสริมสร้างความรับผิดรับชอบของรัฐและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเมือง
Policy Reformการนำข้อมูลจากการประเมินและประสบการณ์ของประชาชนไปใช้ในการปรับปรุงนโยบายและโครงสร้างเมืองอย่างต่อเนื่องทำให้การพัฒนาเมืองเป็นกระบวนการเรียนรู้ ไม่หยุดนิ่ง และตอบสนองต่อปัญหาเชิงโครงสร้าง
Public Participation (แกนกลางของโมเดล)การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินการทำงานของเมืองทำให้ประชาชนเป็น “ผู้ร่วมออกแบบเมือง” และทำให้โมเดลทั้งหมดทำงานได้จริง

โมเดลเมืองสิทธิมนุษยชนเป็นกรอบการพัฒนาเมืองที่เชื่อมโยง เจตจำนงทางการเมือง โครงสร้างเชิงสิทธิ การปฏิบัติข้ามภาคส่วน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เข้าเป็นระบบเดียวกัน เพื่อสร้างเมืองสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

โครงการนี้ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
This research project is supported by the National Research Council of Thailand (NRCT)

One Mahidol One Tambol – Human Rights City Event